ไวยกรณ์

Just as, Not as

as เป็นคำเชื่อมที่ใช้ได้หลายที่ หลายความหมายครับ  เราคงคุ้นเคยกับ สำนวน  as … as  โดยใช้กับคำคุณศัพท์ หรือ คำวิเศษณ์ก็ได้ เช่น

  • as soon as possible  แปลว่า เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
  • Go as far as you can.  ไปไกลที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้
  • You are not as good as he (is).  

No one กับ None

ขอต่อจากคราวก่อนครับ คราวนี้มาพูดถึงสรรพนามที่มีความหมายว่า ไม่มีใคร หรือ ไม่มีอะไรเลย ซึ่งมีอยู่สองคำ ได้แก่ no one กับ none

No one แปลว่า ไม่มีใคร นี่ใช้กับคนเท่านั้นครับ และมีรูปเป็นเอกพจน์เท่านั้น เช่น

  • No one is perfect.  

Not a กับ Not any

พูดถึงสำนวนไม่มีปัญหา ก็มีปัญหาเกี่ยวกับไวยกรณ์สำหรับคนคิดมากมาถกกันครับ ประโยคเหล่านี้ ล้วนแปลว่า ไม่มีปัญหา และถูกไวยกรณ์ทั้งนั้น  แต่ต่างกันหรือไม่อย่างไร

  1. There is no problem.
  2. There are no problems.
  3. There aren’t any problems.
  4. There isn’t a problem.  

No problem

เวลาคนไทยตอบรับการขอบคุณ หรือ การขอโทษ เราใช้เหมือนกันว่า ไม่เป็นไร แต่ภาษาอังกฤษ เขาว่าใช้ไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ทั้งจริง และก็ไม่จริงครับ ภาษาอังกฤษก็มี “ไม่เป็นไร” เหมือนกัน คือ no problem ซึ่งบางทีคนไทยก็เอามาพูดทับศัพท์กัน  ในภาษาอังกฤษ สามารถใช้ no problem ได้ในหลาย ๆ สถานการณ์ เช่น

That is it / This is it

สำนวนที่พบบ่อยมาก แต่ครูไม่ได้สอน คือ That is it. หรือ That’s it. บ่อยจนผมคิดว่าเคยเขียนไปแล้ว แต่หาดูไม่เจอ ก็มาเล่าสู่กันฟังหน่อย ความหมายตามตัวก็คือ นั่นไงอันนั้นไง มันก็มีสถานการณ์ที่มีความหมายตามตัวอักษรครับ เช่น เราไปซื้อของที่ร้าน แล้วต้องให้คนขายเขาหยิบให้ เขาก็ถามว่า เอาอันไหน อันนี้ใช่ไหม หรืออันนั้น พอเขาชี้ถูกที่เราชอบ เราก็บอกว่า ใช่แล้ว อันนั้นแหละ Yes, that is it.

รูปประโยคปฏิเสธ กับ การใช้ Never

Never เป็นคำง่าย ๆ ที่คนใช้สับสนนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของไวยกรณ์ ผมเดาจากประสบการณ์ตัวเองว่า เป็นเพราะหนังสือไวยกรณ์ไทยไปสอนในทำนองคำว่า never, ever, และ already มักใช้กับรูปประโยค Present Perfect tense หรือรูปประโยคกาลเวลาแบบเสร็จสิ้นไปแล้ว บางคนก็เลยจำไปว่าใช้ได้กับ Present Perfect tense เท่านั้น ใช้กับอย่างอื่นไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่

Never นั้นใช้เหมือนคำวิเศษณ์ (adverb) ทั่วไป แต่มีลักษณะพิเศษคือ ทำให้ประโยคบอกเล่ากลายเป็นประโยคปฏิเสธ ความหมายกลายเป็นปฎิเสธที่เข้มข้นกว่าปฏิเสธปกติ คือ แทนที่จะเป็น “ไม่”

Copyright © 2013-2017 betterenglishforthai.net