อื่นๆ

ข่าวสาร วัฒนธรรม และเรื่องอื่น ๆ

Stand by me

ในภาวะวิกฤษนี้ก็ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนนะครับ มาฟังเพลงเสริมสร้างกำลังใจกัน stand by someone แปลตามตัว ก็คือยืนเคียงข้าง แต่เราใช้เป็นสำนวนเปรียบเปรยก็ได้ว่า สนับสนุน หรือ เป็นกำลังใจ หรือ อยู่ข้างเดียวกัน อะไรทำนองนั้น

  • Let’s stand by each other.  เรามายืนเคียงข้างซึ่งกันและกัน ใช้ในสถานการ์ปัจจุบันก็หมายความว่า เรามาร่วมใจกัน

 

เพลงนี้ จากปี 1961 ครับ Stand by me โดยศิลปินผิวดำอเมริกัน Ben E King

When the night has come
And the land is dark
And the moon is the only light we’ll see
No,

Break the ice

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็นั่งเครื่องบินจากอเมริกามาเมืองไทย เที่ยวสุดท้ายขึ้นที่เมืองจีน เกือบทั้งลำเต็มไปด้วยคนจีน อาจจะมีคนไทยบ้างเราก็แยกแยะไม่ออก ผมเดินทางคนเดียวนั่งติดทางเดิน คนที่นั่งข้าง ๆ เป็นชาวผิวดำวัยหนุ่ม  เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางคนเดียว นั่งปุ๋ปก็ดูมือถือ บางคนเสียบหูฟัง บางคนเปิดหนังดู ก็ทำให้การสังคม (socialize) กับคนแปลกหน้าน้อยลง เรียกว่า ต่างคนต่างอยู่  ซึ่งก็ไม่ค่อยดีนัก วันนั้น ผมก็ทึกทักว่า คนนี้คงไม่ค่อยอยากคุยนักมั่ง ตอนเดินมานั่งก็แทรกข้ามาไม่พูดไม่จา ไม่ยิ้ม นั่งก็เอาแขนพาดกินที่ ก็เลยปล่อยเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ไป เราก็เสียบหูฟัง ฟัง podcast ที่ค้างอยู่ ฟังจนหลับไป หลังจากตื่นขึ้นมา เห็นเวลาว่าเหลืออีกประมาณครึ่งชัวโมงจะถึง ดูคนข้าง ๆ ท่าทางเขาก็กระสับกระส่ายนิดหน่อย ซึ่งก็ไม่ผิดปกติครับ เพราะที่มันแคบ บางทีเขาเอาหนังสือมาดู บางทีมองไปที่หน้าต่าง แต่ไม่มองมาทางเรา ผมก็นึกในใจว่า เขาไม่ใส่หูฟัง ชวนคุยดีไม่นี่ เออ ช่างเขานะจะถึงแล้ว นั่งต่อมาผมก็รู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนกัน แล้วก็คิดว่า เออ เราน่าจะทักทายหน่อยนะ เขามาคนเดียวเหงา ๆ แล้วเราก็เป็นคนไทย ถือเป็นเจ้าภาพ

รอไปรอมาจนเครื่องบินลง กำลังเดินเข้าจอด (taxi) ซึ่งปกติก็มีเวลาประมาณ 10 นาทีก่อนจะลงจากเคื่อง ผมก็นึกว่า เอาละว่ะ เราต้อง break the ice หน่อย ก็นึกถึงประโยคแรกที่จะพูดว่า “Welcome to Thailand”

ผจญภัยกับภาษาอังกฤษ ตอนที่ 2

( ต่อจากตอนที่แล้ว )

เหตุผลที่เลือกใช้คำว่า Attention please เพราะจำมาจากในหนัง คือเวลาคนพูดต้องการจะประกาศอะไรบางอย่างเพื่อให้คนฟังเพ่งความสนใจมาที่คนพูด เขาก็จะเริ่มต้นด้วยคำนี้และอาจตามด้วย I have an announcement to make. และก็ยังมีคำอื่นที่สามารถใช้ได้ เช่น Okay everybody – listen up! I have an announcement to make.

ผจญภัยกับภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1

ขณะนั่งรอรถไฟสายเหนือกลับบ้านก็ได้เห็นชีวิตของคนหลากหลาย ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจ แรงกระตุ้นในการเดินทางและความคิดต่าง ๆ อีกมากหลาย การได้เห็นอะไรที่ต่างไปจากสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันเป็นการเปิดโลกทัศน์ของเราอย่างแท้จริง ครั้นพอใกล้เวลารถไฟออก ก็ขึ้นมาบนตู้โดยสารเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง ซึ่งผู้โดยสารในตู้นี้ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ หลังจากจัดแจงที่นั่งเรียบร้อย รถไฟก็เริ่มออกจากสถานี พอออกมาได้ไม่นาน ความง่วงก็เริ่มมาเยือน จากนั้นก็ไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวอีกเลย จนกระทั่งสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว หันมองดูนาฬิกาก็ราวทุ่มครึ่ง รถไฟวิ่งช้าลงเรื่อย ๆ ทุกคนในตู้โดยสารเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งเราด้วย และด้วยความสงสัยก็เลยชะโงกหัวออกไปนอกหน้าต่างเพื่อบรรเทาความสงสัย แต่สิ่งที่เห็นคือความมืด เพราะอยู่ท่ามกลางป่าเขา แต่ก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ เนื่องจากฝนตกหนัก บวกกับทางชันขึ้นดอยขุนตาลทำให้เกิดอุปสรรคสำหรับรถไฟที่จะผ่านตรงจุดนี้ไปได้ ต้องค่อย ๆ ขึ้นไปทีละนิด พอขึ้นไปได้ประมาณหนึ่งเท่านั้น รถไฟขึ้นไม่ไหว ขึ้นไป 1 เมตร ไถลลง 2 เมตร เป็นแบบนี้เกือบชั่วโมง บางครั้งล้อหมุนกับรางจนเกิดประกายไฟเหมือนช่างที่กำลังเชื่อมโลหะ

ด้วยเหตุที่รถไฟต้องถอยหลังลงไปตั้งหลักใหม่ทำให้ผู้โดยสารทุกคนสีหน้าเปลี่ยนเป็นความกังวลบวกกับความอยากรู้โดยทันที มีการพูดคุยกระซิบกระซาบไปมาระหว่างผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็กำลังวุ่นในการพยายามแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ จนท้ายสุดมีหัวหน้าพนักงานรถไฟเดินเข้ามาถามว่า “ใครพูดภาษาอังกฤษได้ช่วยแปลให้หน่อยครับ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะในตู้รถไฟนี้มีชาวต่างชาติหลายคน” ซึ่งข้อความที่เจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือให้แปลมีว่า

“ขอประกาศ รถไฟขบวนนี้ไม่สามารถข้ามผ่านภูเขาลูกนี้ไปได้ เนื่องจากฝนตกหนักทำให้รางลื่น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขอความช่วยเหลือจากศูนย์ลำปางที่จะต้องใช้เวลา 40 นาที จากนั้นจะต้องใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง เพื่อไปถึงเชียงใหม่ ดังนั้นรถไฟขบวนนี้จะไปถึงเชียงใหม่ราว 5 ทุ่ม และเนื่องจากทีนี่เป็นป่า ไม่มีร้านอาหาร ไม่ที่ขายของ และทางเราก็ไม่มีอาหารสำรอง จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านอย่าออกจากตู้โดยสาร หากมีความจำเป็นหรือต้องการความช่วยเหลือโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่”

อ่านอย่างไรให้เพิ่มทักษะภาษา

มีแฟนเพจถามมาว่า “คิดว่าการอ่านแบบไหนที่จะพัฒนาการเขียนได้ดีที่สุด เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น ข่าว บทความทั่วไป นิตยสาร ตำราวิชาการ หรืออื่นๆ ผมเข้าใจว่าการที่จะเขียนให้ดี ให้เก่ง ให้สวย ต้องอ่านเยอะๆ แต่ควรอ่านแนวไหนดี”

ผมขอตอบกว้าง ๆ ก่อนว่า อ่านอะไรที่จะเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษโดยทั่วไป ปัญหาของคนไทยที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษอ่อนก็คือ หนึ่งเจอศัพท์ที่ไม่รู้จักเยอะ ทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง สองอาจจะพอเข้าใจความหมายแต่ไม่รู้วิธีออกเสียง ทำให้ออกเสียงผิด ถ้าจะอ่านไปเปิดดิกไปก็ทำให้ไม่สนุก ถ้าจะไมเปิดดิกเลย ก็จะไม่เข้าใจความหมาย หรือเข้าใจผิด หรือ จำวิธีออกเสียงผิด ๆ ไป เด็ก ๆ ที่เรียนภาษานั้นเขาก็มีผู้ปกครอง หรือครูอ่านให้ฟัง และก็มีหนังสือเด็ก ๆ ให้อ่านตามวัย ดังนั้นคำศัพท์ต่าง ๆ ก็จะพัฒนาตามวัย และก็รู้วิธีออกเสียงโดยอัตโนมัติเพราะมีคนอ่านให้ฟัง แต่สำหรับเรามันไม่โชคดีขนาดนั้น หนังสือเด็กในไทยมีน้อยมาก และถึงมีก็เอามาให้เด็กโตอ่านไม่ค่อยสนุก เพราะเนื้อเรื่องเป็นแบบเด็ก ๆ

บางคนก็แนะนำว่าอย่าอ่านไปเปิดดิกไป ผมไม่เห็นด้วยนัก ผมว่าก็ทำได้เฉพาะถ้าเรามีทักษะถึงขั้นหนึ่งแล้ว พอเข้าใจเนื้อเรื่องโดยส่วนรวม พอเดาความหมายได้ โดยปกติถ้าเราเจอคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่รู้สึกว่าสำคัญ หรือเคยเห็นแต่ยังไม่เข้าใจ ก็ควรเปิดดิกให้เข้าใจความหมาย และการออกเสียง และตัวอย่างการใช้ก็เห็นอยู่แล้วในเรื่องที่อ่านอยู่ เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถึอก็มีดิกที่ออกเสียงได้ การเปิดดิกไม่วุ่นวายเหมือนสมัยก่อน

ผมก็ขอแนะนำให้ อ่านเรื่องที่เราสนใจ และอ่านเรื่องทีี่เรามีพื้นฐานความรู้อยู่บ้างแล้ว เช่น เราอาจจะชอบอ่านนิยายฝรั่ง ก็เอาฉบับแปลมาอ่านก่อนจนจบ เสร็จแล้วก็ไปหาฉบับอังกฤษมาอ่านซ๊ำ อ่านไปก็เปิดดิกไป ทำความเข้าใจกับภาษาไป รับรองว่าอ่านเล่มเดียวได้ทักษะเพิ่มขึ้นเยอะ พออ่านเล่มที่สองที่สามมันก็เร็วขึ้น ในที่สุดอาจจะไม่ต้องอ่านฉบับไทยก่อนเลยด้วย ใครชอบติดตามกีฬาก็ลองไปอ่านข่าวกีฬาภาษาอังกฤษดู ชอบติดตามข่าวในประเทศ หลังจากอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไทยแล้วก็ไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษดู เดี๋ยวนี้ Bangkok Post หรือ The Nation ก็มีให้อ่านออนไลน์ เด็กคนไหนชอบอ่านการ์ตูนก็ไปหาการ์ตูนภาษาอังกฤษให้อ่าน เห็นรูปประกอบไปด้วยก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น

สำหรับ คำถามว่า อ่านอะไรที่จะเพิ่มทักษะการเขียนโดยเฉพาะ อันนี้ผมคิดว่า ก่อนอื่นต้องศึกษาไวยกรณ์พื้นฐานให้ดีก่อน พออ่านแล้วก็มองให้เห็นโครงสร้าง และไวยกรณ์ของประโยค ไม่เพียงแต่เข้าใจความหมาย บางทีคนเขียนใช้ไวยกรณ์ผิดก็มีถมไป เราก็ควรจะดูให้ออก ภาษาไทยนั้นมีโครงสร้างการเขียน และไวยกรณ์ที่อ่อน หมายถีงกฏเกณฑ์ที่อ่อนเมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ข้อนี้ก็เป็นจุดอ่อนหนึ่งของคนไทย

เมื่อไวยกรณ์ใช้ได้แล้ว ก็อ่านสิ่งที่เราอยากเขียน อยากเขียนนิยายก็อ่านนิยาย อยากเขียน essay หรือบทความ ก็อ่านบทความของคนอื่น หรือ พวกคอลัมน์วิเคราะห์ข่าว หรือแสดงความเห็นที่เกี่ยวกับข่าว อยากเขียนบทความวิชาการ ก็อ่านบทความวิชาการ ฯลฯ อันนี้ก็ทำให้เราสามารถศึกษาสไตล์การเขียน และเอามาดังแปลงใช้กับของเราได้ การลอกเลียนประโยคโดยตรงนั้นทำไม่ได้ แต่การลอกเลียนสไตล์นั้นไม่เป็นไร ลอกไปลอกมา เราก็สามารถปรับเป็นสไตล์เราเองได้

สำหรับมือใหม่ ถ้าเราเขียนแล้วก็ควรให้ครู หรือคนอื่นตรวจดูว่ามีที่ผิด หรือมีข้อติ ข้อแนะนำอะไร ถ้าใครหาคนตรวจไม่ได้ ก็ส่งมาให้ผมอ่านได้ครับ (ยินดีรับใช้ สำหรับนักเรียน และนักศึกษาเท่านั้นนะครับ) มีหนังสือที่แนะนำวิธีเขียนอยู่มากมายครับ ผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร การเขียน ก็เช่นเดียวกับการพูดปราศรัย เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่ว่า เป็นเจ้าของภาษา อ่านออก ฟังได้ก็จะทำได้ดีกันทุกคน

คำนำหน้าชื่อ ด.ช. และ ด.ญ.

มีคนเคยถามว่า คำนำหน้าชื่อเด็ก เด็กชาย (ด.ช.) และ เด็กหญิง (ด.ญ.) ภาษาอังกฤษ แปลว่า อะไร ผมก็เคยตอบไปแล้วว่า ไม่มี เขาไม่ใช้กัน  วันนี้ลองค้นอินเตอร์เนตดูปรากฏว่า มีเวบไทยหลายไซต์แนะนำว่า ด.ญ. ให้ใช้ว่า Miss และ ด.ช. ให้ใช้ว่า Master  ผมอ่านแล้วก็ส่ายหัว เพราะมันไม่ได้เรื่องครับ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คำนำหน้าชื่อว่า Mr มิสเตอร์,

Happy Chinese New Year

Happy Chinese New Year 2017

สวัสดีปีใหม่จีน หรือตรุษจีน ภาษาอังกฤษ พูดว่า Happy Chinese New Year ครับ ภาษาจีนก็ 新年快乐 (ซิน เหนีย ไคว่ เลื่อ)  วันนี้ลองมาดูศัพท์ที่เกี่ยวกับปีใหม่จีนกัน

ปีนี้เป็นปีไก่ หรือ เรียกว่า Year of the Rooster  ไม่ใช้ว่า chicken นะครับ  rooster นั้นเป็นไก่ตัวผู้ ถ้าเราจะบอกใครว่า เราเกิดปีไก่ก็พูดได้ว่า

  • I was born in the Year of the Rooster.
Copyright © 2013-2022 betterenglishforthai.net