I was wondering ที่ไม่ได้มีความหมายเป็นอดีต

“Somchai, I was wondering if I could use your pen?” อาสาสมัครต่างชาติคนหนึ่งพูดขึ้นขณะที่กำลังค้นหาของบางอย่างในกระเป๋าของเขา เราก็ตอบกลับไปว่า “Of course” แต่ในใจก็คิดว่าทำไมเขาขึ้นต้นด้วยวลีว่า I was wondering … เท่าที่เรียนมาเข้าใจตลอดว่ากริยา was บ่งบอกว่าเป็นอดีต แต่เหตุการณ์นี้ไม่น่าใช่อดีต เพราะกำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ ทำไมเขาไม่ใช้ I am wondering ซึ่งน่าจะเข้ากับสถานการณ์มากกว่า แต่ ณ เวลานั้นก็ไม่ได้ถามเพื่อความกระจ่าง คงเป็นข้อสงสัยมาสักพัก จนมาได้คำตอบภายหลังว่า I was wondering if …

Break the ice

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็นั่งเครื่องบินจากอเมริกามาเมืองไทย เที่ยวสุดท้ายขึ้นที่เมืองจีน เกือบทั้งลำเต็มไปด้วยคนจีน อาจจะมีคนไทยบ้างเราก็แยกแยะไม่ออก ผมเดินทางคนเดียวนั่งติดทางเดิน คนที่นั่งข้าง ๆ เป็นชาวผิวดำวัยหนุ่ม  เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางคนเดียว นั่งปุ๋ปก็ดูมือถือ บางคนเสียบหูฟัง บางคนเปิดหนังดู ก็ทำให้การสังคม (socialize) กับคนแปลกหน้าน้อยลง เรียกว่า ต่างคนต่างอยู่  ซึ่งก็ไม่ค่อยดีนัก วันนั้น ผมก็ทึกทักว่า คนนี้คงไม่ค่อยอยากคุยนักมั่ง ตอนเดินมานั่งก็แทรกข้ามาไม่พูดไม่จา ไม่ยิ้ม นั่งก็เอาแขนพาดกินที่ ก็เลยปล่อยเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ไป เราก็เสียบหูฟัง ฟัง podcast ที่ค้างอยู่ ฟังจนหลับไป หลังจากตื่นขึ้นมา เห็นเวลาว่าเหลืออีกประมาณครึ่งชัวโมงจะถึง ดูคนข้าง ๆ ท่าทางเขาก็กระสับกระส่ายนิดหน่อย ซึ่งก็ไม่ผิดปกติครับ เพราะที่มันแคบ บางทีเขาเอาหนังสือมาดู บางทีมองไปที่หน้าต่าง แต่ไม่มองมาทางเรา ผมก็นึกในใจว่า เขาไม่ใส่หูฟัง ชวนคุยดีไม่นี่ เออ ช่างเขานะจะถึงแล้ว นั่งต่อมาผมก็รู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนกัน แล้วก็คิดว่า เออ เราน่าจะทักทายหน่อยนะ เขามาคนเดียวเหงา ๆ แล้วเราก็เป็นคนไทย ถือเป็นเจ้าภาพ

รอไปรอมาจนเครื่องบินลง กำลังเดินเข้าจอด (taxi) ซึ่งปกติก็มีเวลาประมาณ 10 นาทีก่อนจะลงจากเคื่อง ผมก็นึกว่า เอาละว่ะ เราต้อง break the ice หน่อย ก็นึกถึงประโยคแรกที่จะพูดว่า “Welcome to Thailand”

ผจญภัยกับภาษาอังกฤษ ตอนที่ 2

( ต่อจากตอนที่แล้ว )

เหตุผลที่เลือกใช้คำว่า Attention please เพราะจำมาจากในหนัง คือเวลาคนพูดต้องการจะประกาศอะไรบางอย่างเพื่อให้คนฟังเพ่งความสนใจมาที่คนพูด เขาก็จะเริ่มต้นด้วยคำนี้และอาจตามด้วย I have an announcement to make. และก็ยังมีคำอื่นที่สามารถใช้ได้ เช่น Okay everybody – listen up! I have an announcement to make.

ผจญภัยกับภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1

ขณะนั่งรอรถไฟสายเหนือกลับบ้านก็ได้เห็นชีวิตของคนหลากหลาย ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจ แรงกระตุ้นในการเดินทางและความคิดต่าง ๆ อีกมากหลาย การได้เห็นอะไรที่ต่างไปจากสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันเป็นการเปิดโลกทัศน์ของเราอย่างแท้จริง ครั้นพอใกล้เวลารถไฟออก ก็ขึ้นมาบนตู้โดยสารเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง ซึ่งผู้โดยสารในตู้นี้ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ หลังจากจัดแจงที่นั่งเรียบร้อย รถไฟก็เริ่มออกจากสถานี พอออกมาได้ไม่นาน ความง่วงก็เริ่มมาเยือน จากนั้นก็ไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวอีกเลย จนกระทั่งสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว หันมองดูนาฬิกาก็ราวทุ่มครึ่ง รถไฟวิ่งช้าลงเรื่อย ๆ ทุกคนในตู้โดยสารเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งเราด้วย และด้วยความสงสัยก็เลยชะโงกหัวออกไปนอกหน้าต่างเพื่อบรรเทาความสงสัย แต่สิ่งที่เห็นคือความมืด เพราะอยู่ท่ามกลางป่าเขา แต่ก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ เนื่องจากฝนตกหนัก บวกกับทางชันขึ้นดอยขุนตาลทำให้เกิดอุปสรรคสำหรับรถไฟที่จะผ่านตรงจุดนี้ไปได้ ต้องค่อย ๆ ขึ้นไปทีละนิด พอขึ้นไปได้ประมาณหนึ่งเท่านั้น รถไฟขึ้นไม่ไหว ขึ้นไป 1 เมตร ไถลลง 2 เมตร เป็นแบบนี้เกือบชั่วโมง บางครั้งล้อหมุนกับรางจนเกิดประกายไฟเหมือนช่างที่กำลังเชื่อมโลหะ

ด้วยเหตุที่รถไฟต้องถอยหลังลงไปตั้งหลักใหม่ทำให้ผู้โดยสารทุกคนสีหน้าเปลี่ยนเป็นความกังวลบวกกับความอยากรู้โดยทันที มีการพูดคุยกระซิบกระซาบไปมาระหว่างผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็กำลังวุ่นในการพยายามแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ จนท้ายสุดมีหัวหน้าพนักงานรถไฟเดินเข้ามาถามว่า “ใครพูดภาษาอังกฤษได้ช่วยแปลให้หน่อยครับ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะในตู้รถไฟนี้มีชาวต่างชาติหลายคน” ซึ่งข้อความที่เจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือให้แปลมีว่า

“ขอประกาศ รถไฟขบวนนี้ไม่สามารถข้ามผ่านภูเขาลูกนี้ไปได้ เนื่องจากฝนตกหนักทำให้รางลื่น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขอความช่วยเหลือจากศูนย์ลำปางที่จะต้องใช้เวลา 40 นาที จากนั้นจะต้องใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง เพื่อไปถึงเชียงใหม่ ดังนั้นรถไฟขบวนนี้จะไปถึงเชียงใหม่ราว 5 ทุ่ม และเนื่องจากทีนี่เป็นป่า ไม่มีร้านอาหาร ไม่ที่ขายของ และทางเราก็ไม่มีอาหารสำรอง จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านอย่าออกจากตู้โดยสาร หากมีความจำเป็นหรือต้องการความช่วยเหลือโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่”

way ที่แปลว่า มาก

มาดูวิธีใช้ way กันต่อครับ ซึ่งเป็นแบบที่หนังสือไทยไม่มีสอนกัน แต่พบเห็นเป็นประจำในภาษาพูด way อันนี้แปลว่า มาก หรือ เหลือเกิน เช่น

  • This is way easier than I think.   อันนี้ง่ายกว่าที่ฉันคิดมาก
  • I can do it way better than you. 

Way

way นอกจากแปลว่า ทาง แล้วหมายถึง ลักษณะอาการพูด คิด เดิน นั่ง นอน และอื่น ๆ มาดูตัวอย่างการใช้ way ในลักษณะนี้กันครับ หัดให้ชำนาญ เพราะว่า ใช้บ่อยมาก ทำให้การพูดลื่นหูขึ้นได้  แต่ว่าถ้าเรามือใหม่ บางทีพูดไม่ค่อยถูก

  • I feel the same way.   ฉันรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
  • I feel in a similar way. 

การอ่านตัวเลขเศษส่วน

มาดูต่อเรื่องการออกเสียงตัวเลขนะครับ  เคยตั้งใจจะเขียนเรื่องเลขเศษส่วนและทศนิยมแล้วก็ลืมไป วันนี้มีคนถามถึงเลยนึกขึ้นได้ ภาษาอังกฤษก็มีวิธีออกเสียงเลขเศษส่วนที่พิสดารหน่อย ถ้าเราไม่เคยเรียนมา ไม่เคยได้ยินมา ก็รับรองว่ามั่วไม่ค่อยออก วันนี้มาลองดูกัน

  • 1/3  อ่านว่า one-third ครับ  third ที่มาจาก the third แปลว่า ที่สาม อันดับสาม นั่นแหละครับ ตัวส่วนเขาก็จะใช้ไอ้ตัวเลขอันดับนี้แหละ ถ้าสองส่วนสาม 2/3 ก็เป็น two-third
  • 1/4 ก็เป็น one-forth  1/5 ก็เป็น one-fifth เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าเรานับเลขอันดับเป็น คือ first,

Copyright © 2013-2022 betterenglishforthai.net