Enemy vs Adversary vs Rival

ช่วงนี้คนทะเลาะกันเยอะนะครับ ไม่ใช่แค่เมืองไทย ที่เมืองนอกก็เยอะ ภาษาอังกฤษก็มีศัพท์หลายคำเกี่ยวกับการเป็นศัตรู และคู่แข่งกัน  ผมก็ลองนึกเล่น ๆ ว่าคำพวกนี้ต่างกันอย่างไร ก็คิดวิธีอธิบายได้อย่างหนึ่ง คือ ถ้าเอาตัววัดเป็น ความเกลียด ความอยากทำลายฝ่ายตรงข้าม ก็น่าจะเรียงจากตัวที่แรงที่สุดไปถึงอ่อนที่สุดได้ดังนี้

  • อันดับหนึ่งไม่ต้องสงสัย คือ enemy (-[เอน]-เนอะ-มี-) แปลว่า ศัตรู คู่อาฆาต  ในสงครามเขาก็เรียกฝ่ายตรงข้ามว่า enemy  ถ้าใครเรียกใครว่า enemy ก็คือ เกลียดมาก ขนาดอยู่ร่วมกันไม่ได้เลยทีเดียว
  • เบาลงมาหน่อยก็ foe (-โฟ-) หรือ adversary (-[แอด]-เฯอะ-เสะ-รี-) อันนี้ คือ คู่ปรับ คู่ทะเลาะ คู่อริอะไรประมาณนั้น ไม่ถึงกับต้องฆ่าให้หมดไป แต่ต้องเอาให้อยู่หมัด ถ้าเราไม่อัดมัน มันจะอัดเรา ตอนนี้นักการเมืองสหรัฐบางคน ก็มาเริ่มเรียกรัสเซียว่าเป็น adversary
  • เบาลงไปอีก อันนี้ คือ rival (-[ไร]-เฯล-) หมายถึง คู่ปรับ คู่แข่งขัน อันนี้เริ่มเป็นกลาง ๆ หน่อย ไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน อาจจะไม่ชอบหน้ากันได้  แต่ rival มักหมายถึง คู่แข่งขันที่แข่งกันมาเป็นเวลานาน ผลัดกันแพ้ชนะ หรือผลัดกันเก่ง ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ใช่เป็นการแข่งนัดเดียวจบ เช่น ทีมชาติไทยกับทีมมาเลเซีย ถ้าแข่งที่ไหนก็มักเจอกัน ผลัดกันแพ้ชนะ อย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นคู่ rival ได้

การแข่งขันแบบ rival นี้ก็มีศัพท์นิยมใช้เรียกว่า rivalry (-[ไร]-เฯล-รี-) นอกจากเกมส์กีฬา แล้วก็ใช้กับเรื่องอื่นๆ ได้ เช่น ธุรกิจ  (business rivalry เช่น ไมโครซอฟท์กับแอปเปิล หรือ ซัมซุงกับแอลจี)  การเมือง (political rivalry แข่งกันแพ้ชนะเลือกตั้ง)  เป็นต้น

  • เบาไปอีก ก็น่าจะเป็น competitor (-คอม-[เพท]-ติ-เตอระ-) คู่แข่งขัน มาจากคำกริยาว่า compete (-คอม-[พีท]-) ก็นิยมใช้กับเกมส์กีฬา การประกวด และ ธุรกิจ คำนี้ไม่มีความเกลียดเหลืออยู่นะครับ มีแต่ความอยากเอาชนะ คำว่า competitor ใช้อธิบายลักษณะคนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเจาะจะว่าแข่งกับใครเหมือนคำอื่น ๆ ข้างต้น  เช่น บอกว่า He’s a competitor.  ก็หมายความว่า คนนี้เป็นคนชอบแข่ง ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ

เอาละครับ ทะเลาะกับใครอย่าเอาถึงขั้นเป็นศัตรูนะครับ ไม่ทะเลาะได้ดีที่สุด

Updated: 25 มีนาคม 2014

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

20 + 19 =

Login using Facebook

Copyright © 2013-2017 betterenglishforthai.net