อื่นๆ

ข่าวสาร วัฒนธรรม และเรื่องอื่น ๆ

อ่านอย่างไรให้เพิ่มทักษะภาษา

มีแฟนเพจถามมาว่า “คิดว่าการอ่านแบบไหนที่จะพัฒนาการเขียนได้ดีที่สุด เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น ข่าว บทความทั่วไป นิตยสาร ตำราวิชาการ หรืออื่นๆ ผมเข้าใจว่าการที่จะเขียนให้ดี ให้เก่ง ให้สวย ต้องอ่านเยอะๆ แต่ควรอ่านแนวไหนดี”

ผมขอตอบกว้าง ๆ ก่อนว่า อ่านอะไรที่จะเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษโดยทั่วไป ปัญหาของคนไทยที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษอ่อนก็คือ หนึ่งเจอศัพท์ที่ไม่รู้จักเยอะ ทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง สองอาจจะพอเข้าใจความหมายแต่ไม่รู้วิธีออกเสียง ทำให้ออกเสียงผิด ถ้าจะอ่านไปเปิดดิกไปก็ทำให้ไม่สนุก ถ้าจะไมเปิดดิกเลย ก็จะไม่เข้าใจความหมาย หรือเข้าใจผิด หรือ จำวิธีออกเสียงผิด ๆ ไป เด็ก ๆ ที่เรียนภาษานั้นเขาก็มีผู้ปกครอง หรือครูอ่านให้ฟัง และก็มีหนังสือเด็ก ๆ ให้อ่านตามวัย ดังนั้นคำศัพท์ต่าง ๆ ก็จะพัฒนาตามวัย และก็รู้วิธีออกเสียงโดยอัตโนมัติเพราะมีคนอ่านให้ฟัง แต่สำหรับเรามันไม่โชคดีขนาดนั้น หนังสือเด็กในไทยมีน้อยมาก และถึงมีก็เอามาให้เด็กโตอ่านไม่ค่อยสนุก เพราะเนื้อเรื่องเป็นแบบเด็ก ๆ

บางคนก็แนะนำว่าอย่าอ่านไปเปิดดิกไป ผมไม่เห็นด้วยนัก ผมว่าก็ทำได้เฉพาะถ้าเรามีทักษะถึงขั้นหนึ่งแล้ว พอเข้าใจเนื้อเรื่องโดยส่วนรวม พอเดาความหมายได้ โดยปกติถ้าเราเจอคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่รู้สึกว่าสำคัญ หรือเคยเห็นแต่ยังไม่เข้าใจ ก็ควรเปิดดิกให้เข้าใจความหมาย และการออกเสียง และตัวอย่างการใช้ก็เห็นอยู่แล้วในเรื่องที่อ่านอยู่ เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถึอก็มีดิกที่ออกเสียงได้ การเปิดดิกไม่วุ่นวายเหมือนสมัยก่อน

ผมก็ขอแนะนำให้ อ่านเรื่องที่เราสนใจ และอ่านเรื่องทีี่เรามีพื้นฐานความรู้อยู่บ้างแล้ว เช่น เราอาจจะชอบอ่านนิยายฝรั่ง ก็เอาฉบับแปลมาอ่านก่อนจนจบ เสร็จแล้วก็ไปหาฉบับอังกฤษมาอ่านซ๊ำ อ่านไปก็เปิดดิกไป ทำความเข้าใจกับภาษาไป รับรองว่าอ่านเล่มเดียวได้ทักษะเพิ่มขึ้นเยอะ พออ่านเล่มที่สองที่สามมันก็เร็วขึ้น ในที่สุดอาจจะไม่ต้องอ่านฉบับไทยก่อนเลยด้วย ใครชอบติดตามกีฬาก็ลองไปอ่านข่าวกีฬาภาษาอังกฤษดู ชอบติดตามข่าวในประเทศ หลังจากอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไทยแล้วก็ไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษดู เดี๋ยวนี้ Bangkok Post หรือ The Nation ก็มีให้อ่านออนไลน์ เด็กคนไหนชอบอ่านการ์ตูนก็ไปหาการ์ตูนภาษาอังกฤษให้อ่าน เห็นรูปประกอบไปด้วยก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น

สำหรับ คำถามว่า อ่านอะไรที่จะเพิ่มทักษะการเขียนโดยเฉพาะ อันนี้ผมคิดว่า ก่อนอื่นต้องศึกษาไวยกรณ์พื้นฐานให้ดีก่อน พออ่านแล้วก็มองให้เห็นโครงสร้าง และไวยกรณ์ของประโยค ไม่เพียงแต่เข้าใจความหมาย บางทีคนเขียนใช้ไวยกรณ์ผิดก็มีถมไป เราก็ควรจะดูให้ออก ภาษาไทยนั้นมีโครงสร้างการเขียน และไวยกรณ์ที่อ่อน หมายถีงกฏเกณฑ์ที่อ่อนเมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ข้อนี้ก็เป็นจุดอ่อนหนึ่งของคนไทย

เมื่อไวยกรณ์ใช้ได้แล้ว ก็อ่านสิ่งที่เราอยากเขียน อยากเขียนนิยายก็อ่านนิยาย อยากเขียน essay หรือบทความ ก็อ่านบทความของคนอื่น หรือ พวกคอลัมน์วิเคราะห์ข่าว หรือแสดงความเห็นที่เกี่ยวกับข่าว อยากเขียนบทความวิชาการ ก็อ่านบทความวิชาการ ฯลฯ อันนี้ก็ทำให้เราสามารถศึกษาสไตล์การเขียน และเอามาดังแปลงใช้กับของเราได้ การลอกเลียนประโยคโดยตรงนั้นทำไม่ได้ แต่การลอกเลียนสไตล์นั้นไม่เป็นไร ลอกไปลอกมา เราก็สามารถปรับเป็นสไตล์เราเองได้

สำหรับมือใหม่ ถ้าเราเขียนแล้วก็ควรให้ครู หรือคนอื่นตรวจดูว่ามีที่ผิด หรือมีข้อติ ข้อแนะนำอะไร ถ้าใครหาคนตรวจไม่ได้ ก็ส่งมาให้ผมอ่านได้ครับ (ยินดีรับใช้ สำหรับนักเรียน และนักศึกษาเท่านั้นนะครับ) มีหนังสือที่แนะนำวิธีเขียนอยู่มากมายครับ ผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร การเขียน ก็เช่นเดียวกับการพูดปราศรัย เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่ว่า เป็นเจ้าของภาษา อ่านออก ฟังได้ก็จะทำได้ดีกันทุกคน

คำนำหน้าชื่อ ด.ช. และ ด.ญ.

มีคนเคยถามว่า คำนำหน้าชื่อเด็ก เด็กชาย (ด.ช.) และ เด็กหญิง (ด.ญ.) ภาษาอังกฤษ แปลว่า อะไร ผมก็เคยตอบไปแล้วว่า ไม่มี เขาไม่ใช้กัน  วันนี้ลองค้นอินเตอร์เนตดูปรากฏว่า มีเวบไทยหลายไซต์แนะนำว่า ด.ญ. ให้ใช้ว่า Miss และ ด.ช. ให้ใช้ว่า Master  ผมอ่านแล้วก็ส่ายหัว เพราะมันไม่ได้เรื่องครับ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คำนำหน้าชื่อว่า Mr มิสเตอร์,

Happy Chinese New Year

Happy Chinese New Year 2017

สวัสดีปีใหม่จีน หรือตรุษจีน ภาษาอังกฤษ พูดว่า Happy Chinese New Year ครับ ภาษาจีนก็ 新年快乐 (ซิน เหนีย ไคว่ เลื่อ)  วันนี้ลองมาดูศัพท์ที่เกี่ยวกับปีใหม่จีนกัน

ปีนี้เป็นปีไก่ หรือ เรียกว่า Year of the Rooster  ไม่ใช้ว่า chicken นะครับ  rooster นั้นเป็นไก่ตัวผู้ ถ้าเราจะบอกใครว่า เราเกิดปีไก่ก็พูดได้ว่า

  • I was born in the Year of the Rooster.

ประชาธิปไตย

นาน ๆ ทีผมก็ขอนอกเรื่องภาษาหน่อย เรื่องของวัฒนธรรม และบ้านเมืองว่าไปแล้วก็เกี่ยวข้องกับภาษา เพราะถ้าเราไม่เข้าใจเขา บางทีก็คุยกันไม่รู้เรื่องก็มี วันนี้ผมขอพูดการเมืองสักหน่อย ในโอกาสที่คุณทรัมพ์ได้สาบานตนเข้าเป็นประธานาธิปดี หรือคนอเมริกันเรียกว่า inauguration ชัยชนะของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้คนอเมริกัน และคนทั่วโลกอ้าปากค้าง เวลาผ่านไปสองเดือนแล้วก็ยังไม่อยากเชื่อกันอยู่ วันนี้ก็เลยมียังมีคนออกมาประท้วงกันมาก

ทรัมพ์ คือ ความล้มเหลวของประชาธิปไตย democracy หรือ?

Knock on wood

มาดูสำนวนเรื่องโชคลางของฝรั่งอีกสักอัน คราวนี้ขอเล่าถึงสำนวน เอามือเคาะไม้ หรือ knock on wood (-น็อก-ออน-วูด-) อันนี้เป็นสำนวนอเมริกัน คนอังกฤษจะใช้ว่า touch wood แต่ก็ใช้ในความหมายเดียวกัน คือหมายถึงว่า เวลามีอะไรที่มันดี ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะเป็นสถานการณ์ล่อแหลมที่ทำให้ดีได้ยาก เราอยากจะภาวนาขอให้มันดีอย่างนี้ต่อไป ก็เรียกว่า knock on wood เทียบกับคนไทย ก็คงต้องแปลว่า สาธุขอให้ดีอย่างนี้ต่อ ๆ ไปเถิด

ตัวอย่างเช่น

  • Our company has been doing very well.

Keep one’s fingers crossed

คนไทยเวลาเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กัน มีความหมายอะไรไหมครับ สมัยเด็ก ๆ เขาเรียก อิบอับ หมายถึง หยุดก่อน ขอเวลานอกก่อน ไม่รู้มีความหมายอื่นกันอีกหรือเปล่า แต่สำหรับคนต่างชาติ สัญลักษณ์นี้มีความหมายคนละเรื่องเลยครับ เมื่อวันก่อนผมดูหนัง The Sound of Music ก็มีตอนหนึ่ง พระเอกไขว้นิ้วส่งสัญญาณให้นางเอกดู หันไปถามลูกว่า รู้ไหมเขาหมายความว่าอะไร ลูกบอกไม่รู้ ก็เลยต้องอธิบายให้ฟัง เลยเอามาเล่าต่อตรงนี้

สัญลักษณ์นี้ เขาเรียกว่า keep fingers crossed จะใช้คำพูดก็ได้ จะส่งสัญลักษณ์ด้วยมือก็ได้ มีความหมายว่า ขอให้เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี หรือขอให้ผลลัพธ์ออกมาดี เป็นคนไทยก็อาจจะพูดว่า ขอภาวนาให้ออกมาดีด้วยเถิด หรือ ขอพระช่วยด้วยเถิด อะไรทำนองนั้น keep one’s fingers crossed ใช้เวลาลุ้นอะไรสักอย่าง อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น เชียร์กีฬาก็ได้ หรือ เรื่องคอขาดบาดตายก็ได้ ถ้าคุณดูกีฬาต่างประเทศบ่อย ๆ บางทีก็จะเห็นคนดูทำสัญลักษณ์นี้เวลาลุ้นโค้งสุดท้าย เช่น นักกีฬากำลังจะยิงลูกโทษ ถ้าเข้าก็ชนะ ถ้าไม่เข้าก็อาจจะแพ้ คนดูที่ลุ้นมาก ๆ เขาก็ทำนิ้วไขว้ทั้งสองมือเลยก็มี

มาดูตัวอย่างการพูดเช่น

  • I’ll keep my fingers crossed for you.

เป็นร้อย ๆ พัน ๆ

มาดูเรื่องการพูดตัวเลขร้อย พันกันต่อ

  • คนเป็นร้อย ๆ hundreds of people
  • คนเป็นพัน ๆ thousands of people
  • คนเป็นหมื่น ๆ tens of thousands of people
  • คนเป็นแสน ๆ hundreds of thousands of people
  • คนเป็นล้าน ๆ millions of people
Copyright © 2013-2018 betterenglishforthai.net